หลังจากตรากตรำร่างกายมาตลอด 1 อาทิตย์ก็ได้เวลาพักกันแล้วครับ วันนี้ให้พ่อกับแม่ตี่นสายหน่อย เพราะเหนื่อยมาตลอดแล้ว เราเริ่มเดินทางออกจากโยโกฮามะประมาณ 10 โมงเช้า เดินไปถึงสถานีโยโกฮามะ พบกับโชว์รูมรถนิสสัน ก็แวะเข้าชมสักหน่อย วันนี้ไม่มีโปรแกรมอะไรอยู่แล้วครับ ในโชว์รูมมีรถรุ่มใหม่เยอะมาก มีทั้งที่เข้าและไม่เข้าไทย แต่ที่สะดุดตาผมคงเป็นหุ่นที่นำเอาชิ้นส่วนรถยนต์มาประกอบเป็นหุ่นสีน้ำเงินสวยดีครับ
ส่วนพ่อกับแม่ก็ไปถ่ายภาพกับรถต่าง ๆ ของนิสสัน ยอมรับครับว่าที่ประเทศญี่ปุ่นมีการจัดวางสิ่งต่าง ๆ ให้ดูน่าสนใจ แม้แต่โชว์รูมรถที่บ้านเราดูแล้วก็ไม่มีอะไรเท่าไหร่ แต่ที่ญี่ปุ่นทั้งการจัดวาง และการให้แสงต่าง ๆ ชักชวนดึงดูดในสนใจมาก ๆ หลังจากเก็บภาพสักพักดูนาฬิกาก็เกือบ 11 โมงแล้ว เราเลยออกเดินทางกันต่อ แต่ก่อนเดินทางก็ต้องเติมท้องให้อิ่มก่อน อาหารกลางวันเราฝากท้องไว้กับร้านซูชิสายพาน "มาวาชิซูชี( Mawashisushi )" ร้านขึ้นชื่อของเมืองโยโกฮามะ ถ้าเป็นในโตเกียวก็คงเป็น "มิโตริ(Midori)" แต่ที่โยโกฮามะต้องร้านนี้เลยครับ ร้านนี้ตั้งอยู่บนชั้น 11 ของอาคารโยโกฮามะสกาย จะเป็นอาคารที่อยู่ก่อนจะถึงตัวสถานีโยโกฮามะครับ(อย่าสับสนกับสถานีชินโยโกฮามะนะครับ ถ้าไปชินโยโกฮามะ จะเจอกับราเมนมิวเซียม ไม่เจอร้านนี้ครับ) เมื่อขึ้นไปถึงชั้น 11 ออกจากลิฟต์มาจะเจอร้านครับ หาไม่ยากครับ ราคาไม่ถือว่าแพง รสชาติดี
พ่อแม่ทานกันได้อย่างอร่อยเลยครับ มีทั้งแบบโต๊ะและหน้าเคาเตอร์ เลือกกันตามสบายเลยครับ แต่ถ้าไปช่วงเวลาที่คนออกมาทานกันอาจจะรอนานหน่อย แนะนำช่วงประมาณ 10-11 โมงกำลังเหมาะครับ หลังจากท้องอิ่มแล้ว ก็ได้เวลาเข้าเมืองกันครับ วันนี้จะเดินแค่เพียงย่านอุเอโนะกับชิบุยะเท่านั้นครับ
ย่านอุเอโนะ เราเดินทะลุถนนอะเมะโยโกะไปเรื่อย ๆ จนสุดถนน เลี้ยวซ้ายไปจนเจอสตาร์บัค ฝั่งตรงข้ามเยื้องไปคือที่หมายแรกของเรา "ตึกม่วง ทาเคะยะกรุ๊ป" ครับ มี 8 ตึกด้วยด้วยกัน แต่ละตึกขายของต่างกัน มีทั้งตึกขนม ตึกเครื่องใช้ไฟฟ้า ตึกเครื่องเรือน ตึกเครื่องแต่งกายชาย ตึกเครื่องแต่งกายหญิง ฯลฯ ที่สำคัญด้านหน้าตึกจะมีโบรชัวร์แนะนำเป็นภาษาไทยด้วย เรียกว่าเป็นตึกที่ได้รับความนิยมสำหรับคนไทยประมาณหนึ่งครับ และถ้าซื้อของครบ 5000 เยน สามารถนำใบเสร็จทำ TAX Refund
หรือขอคืนภาษีได้ด้วยครับ เราใช้เวลาที่นี่จนถึงประมาณ 6 โมงเย็น ก็เดินทางไปต่อที่ชิบุยะ ที่นี่ผมพาพ่อกับแม่มาดูคนข้ามถนนครับ เป็นสิ่งที่ตื่นตาตื่นใจชาวต่างชาติทุกชาติที่ได้มาครับ เวลาที่ไฟยังเขียวอยู่เราจะไม่พบคนเลย แต่พอไฟแดงปั๊บคนมาจากไหนไม่รู้ครับ ข้ามกันให้ขวักไขว่ไปหมด ถึงขนาดที่มีรายการต่างชาติมาถ่ายทำด้วย และถ้ามาถึงชิบุยะแล้วไม่แวะไปถ่ายรูปกับฮาจิโกะ สุนัขยอดกตัญญูก็คงจะถือว่ามาไม่ถึง หลังจากถ่ายภาพแล้วก็ข้ามไปฝั่งตรงข้ามไปหาอะไรทานกัน
ก็จบที่ราเมงครับ รสชาติดี แต่ออกจะติดเค็มไปนิดนึง แต่ถ้าทานกับชาก็จะกลบรสเค็มที่ติดลิ้นไปได้ เมื่อทานเสร็จก็เป็นอันจบวันนี้ เดินทางกลับโยโกะฮามะ พรุ่งนี้ไป Yokohama Sea Paradise กัน