วันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ซัปโปโระ

16 July 2013 ซัปโปโระ(Sapporo)

 

ออกจากฮาโกะดาเตะก็เที่ยงกว่า กว่าจะถึงซัปโปโระ เมืองหลวงของเกาะฮอกไกโด ก็เกือบสี่โมงเย็น สิ่งแรกที่ทำก่อนเลยคือการหาตราประทับ อิ ๆ พอเจอก็ต้องประหลาดใจ ที่นี่ทำตราประทับ 4 ฤดู และจะเปลี่ยนตราประจำฤดูมาใส่


 


 


 


 

 

นั่นแปลว่า ถ้าอยากได้ครบ ต้องมา 4 ฤดู เล่นเอาผมร้อง หะ! เลยทีเดียว เมื่อประทับตราเสร็จก็เริ่มการหาที่พักให้เจอ คราวนี้ผมเลือกพักที่โรงแรมที่มีเครือข่ายเยอะแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น



นั่นคือ โทโยโกะอินน์(Toyoko Inn)ครับ ที่ซัปโปโระมี 5 สาขาด้วยกันเลยทีเดียว เวลาเลือกศึกษาเส้นทางและตำแหน่งโรงแรมดี ๆ นะครับ ถ้าจะให้ใกล้แหล่งท่องเที่ยว แนะนำให้เลือกที่มีคำว่า Susukino ในชื่อสาขา เพราะย่าน Susukino(ซุซุกิโนะ) เป็นแหล่งชอปปิ้งของเมืองซัปโปโระครับ แต่ก็ต้องใช้เวลาเดินทางที่ไกลพอสมควร ถ้าเอาให้คล่องตัวก็เลือกโรงแรมใกล้สถานีครับ เพราะเราไม่ต้องคำนวนเวลามากนัก เช็คอิน/เอาท์ฝากกระเป๋าโรงแรมแล้วก็ชมเมือง จะเดินทางต่อก็แวะไปเอากระเป๋า แล้วลากเข้าสถานีเดินทางต่อเลย

สำหรับโรงแรมที่ผมพักคือ Toyoko Inn Hokkaido Sapporo-eki Nishi-guchi Hokudai Mae ชื่อย๊าว ยาวแฮะ ตอนเลือกกะว่าจะเลือกที่มีคำว่า Eki Mae(เอกิ-มาเอะ) ที่แปลว่าหน้าสถานี เพราะซุซุกิโนะก็ไกลไป คงจะเดินทางลำบากสำหรับผู้ใหญ่ เลยเลือกอันนี้ มีคำว่า Eki.........Mae ก็นึกว่าอยุ่ใกล้สถานี แต่พอออกมาเดินหาจริง ไกลใช่เล่น โรงแรมนี้อยุ่หน้าสวน แต่เมื่อไปถึงสถานที่จริง โรงแรมนี้อยุ่หน้ามหาวิทยาลัยฮอกไกโดครับ


 


 

บริเวณแถวนั้นจะมีร้านค้าพอสมควรเพื่อบริการนักศึกษา อย่างเช่นที่ผมเจออยู่ช้างโรงแรมเลยคือ Coco Ichiban Ya ร้านแกงกะหรี่ชื่อดังของเมืองไทย แต่ผมไม่ได้เข้าไปลองนะครับ วันนี้มีนัดกับราเมง อาหารขึ้นชื่ออีกอย่างหนึ่งของเกาะฮอกไกโดะ และซัปโปโระ เป็นหนึ่งในสิ่งที่ต้องลองพอ ๆ กับขาปูยักษ์ครับ ว่าแล้วก็มุ่งหน้าไปกันเลย ที่หมายคือตรอกราเมง(Ramen Alley) จึงตัดสินใจเดินชมเมืองไป ถ่ายรูปไป พอเดินมาถึงบริเวณสวนกลางเมือง ที่ซึ่งในฤดูหนาวจะมีการจัดแสดงเทศกาลหิมะฮอกไกโดะที่นี่


 


 

ซึ่งชาวไทยเราก็ได้มาแสดงฝีมือแกะสลักหิมะ ชนะเลิศติดต่อกันทุกปี เป็นสวนกลางเมืองที่มีคนนิยมมานั่งคุยชิว ๆ ที่เห็นเป็นเสาสุง ๆ คล้ายโตเกียวทาวเวอร์ คือหอกระจายสัญญาณโทรทัศน์ประจำเมืองครับ เหมือนคนที่ไปใกล้ฟูจิต้องถ่ายให้ติดฟูจิให้มากที่สุด ประมาณนั้น คนที่มาที่นี่ก็ต้องถ่ายให้ติดเสานี้ เมื่อเดินมาเรื่อย ๆ ก็จะถึงย่านชอปปิ้งซุซุกิโนะครับ แต่ที่สะดุดตาทันทีที่ไปถึงคือร้านที่ให้พนักงานแต่งชุดแม่บ้านมาเสิร์ฟ



 



หรือที่เรียกว่า Maid Cafe ที่ญี่ปุ่นจะเรียกว่า "เมโดะ คาเฟะ" แต่ผมไม่ได้เข้าไปนะครับ ได้แต่ถ่ายภาพคู่กันไว้ กางแผนที่เดินกันจนถึงจุดที่น่าจะเป็นตำแหน่งของตรอกราเมงแล้ว ไม่ว่าจะมองหายังไงก็หาไม่เจอ เอาไงดี พ่อแม่ก็หิวแล้วด้วยนะ เลยตัดสินใจเดินเข้าไปในประตูข้างหลัง เข้าไปในใจนึกว่าโรงแรม ถามพนักงานว่าตรอกราเมงอยู่ไหน พนักงานก็ทำหน้างง ๆ แล้วเดินออกมาชี้ให้ดูตรงหัวมุม



พร้อมกับบอกทาง เราก็ขอบคุณเขาไป พอข้ามถนนมา หันไปดูอ้าว! คาราโอเกะนี่นา แต่จะตรงไปเลยก็ได้ครับโดยการใช้บริการรถไฟใต้ดิน สาย Namboku ลงที่สถานี Susukino ออกมาแล้วมองหาร้าน Kindago ร้านทาโกะยากิ หรือถามคนแถวนั้นก็ได้ครับว่า Ramen Alley หรือ Ramen Dori อยู่ตรงไหน อ้อ! ราเมงของที่นี่น้ำซุปค่อนข้างเค็มนิด ๆ นะครับ ทานกันก็ระวัง ๆ กันด้วยนะครับ และถ้าใครทานราเมงแล้วได้ยินเสียงคล้ายการซดเส้น ดัง ๆ อย่าเพิ่งไปตำหนิเขาว่าไม่มีมารยาทนะครับ เพราะตามวัฒนธรรม(ใช้คำนี้คงได้เนาะ) ของจีน ญี่ปุ่น เกาหลี อาหารเส้นเป็นอาหารที่ต้องซด หรือซูดเส้นครับ สำหรับญี่ปุ่นคือราเมง แต่อาหารเส้นอื่นไม่ซดเส้นนะครับ จะซดเส้นเฉพาะราเมงครับ เมื่อหนังท้องตืง หนังตาก็เริ่มหย่อน แต่จะเดินกลับพ่อกับแม่ก็คงไม่ไหว ผมกับพี่สาวเลยพาท่านลงรถไฟใต้ดินไปที่สถานีซัปโปโระ แล้วค่อยเดินกลับไปโรงแรมกัน วันพรุ่งนี้จะเดินทางอีกครับ ไปสู่เป้าหมายของทริปในครั้งนี้คือ ทุ่งดอกไม้แห่งฟูราโนะ

 



 



 



 



 

 

 



 

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น