วันพฤหัสบดีที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2560

วันวุ่นวายชิราคาวะโกะ-สู่ฮอกไกโด

19 พฤษาคม 2558

วันนี้ตื่นแต่เช้ารับรถ 8 โมงเช้า ต้องไปตั้งแต่ที่เช่ารถเปิด เพราะโปรแกรมของผมวันนี้แม้จะไม่เยอะ แต่ก็ใช้เวลาเหมือนกัน เพราะเช่ารถครึ่งวันเช้าไปชิราคาวะโกะ คืนรถตอนบ่าย หลังจากนั้นก็นั่งรถไฟไปอาโอโมริ นั่งรถนอน Hamanasu(ฮามะนะสึ) แต่ปัจจุบันเลิกวิ่งไปแล้วครับ เพราะรถไฟชินคันเซ็นวิ่งไปถึงฮาโกะดาเตะซึ่่งเป็นสถานีแรกของฝั่งฮอกไกโดแล้ว ขบวนนี้จึงถูกยกเลิกการวิ่ง ภายหลังรถไฟขบวนนี้ทางรัฐบาลญี่ปุ่นได้ส่งมาให้เมืองไทยได้ใช้กันในข่าวเมื่อช่วงปลายปี 2559 ที่ผ่านมา เริ่มกันเลยดีกว่า



ตื่นเช้าหน่อยเก็บกระเป๋าไว้แล้วแต่เมื่อคืน แต่งตัวเสร็จก็ลงมาทานข้าวข้างล่าง ให้คนอื่นเฝ้ากระเป๋าและเช็คเอาท์ ส่วนผม พี่ชายกับพี่สาวก็วิ่งไปรับรถ เมื่อวิ่งไปถึงก็บอกว่ามารับรถที่จองไว้ ขอสั้น ๆ ตอนบ่ายต้องไปฮอกไกโด เขาก็ให้เจ้าหน้าที่พาผมกับพี่สาวไปตรวจรถ ส่วนพี่ชายจ่ายค่าเช่ารถ พอเคลียร์เรียบร้อยก็ขับไปรับคน จากโทยามะไปชิราคาวาโกะ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ในวันที่ผมไปมีฝนในช่วงเช้า หากใครลืมเอาร่มไปที่โรงแรมมีให้ยืม ย้ำนะครับว่ายืม เมื่อใช้เสร็จแล้วก็นำมาคืนในที่เสียบร่มด้านหน้าลอบบี้ ขับออกเมื่อเรื่อย ๆ ดูวิวไปเพลิน ๆ ก็ถึงชิราคาวะโกะ เมืองมรดกโลกอีกเมืองที่มีบ้านทรงพนมมือ การเดินทางมาที่นี่สามารถมาได้ด้วยรถบัสที่เมืองโทยามะ และทากะยามะ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงทั้งคู่ ตั๋วเป็นแบบไป-กลับ หากขับรถมาเองแล้วตั้ง GPS มาที่ชิราคาวะโกะ ส่วนใหญ่จะสิ้นสุดที่ศูนย์ของฝากชิราคาวะโกะ ให้ขับตรงเข้าเมืองไปเรื่อย ๆ ครับ ตรงตามทางไปเรื่อย ๆ ครับ หากใครกลัวหลง เลยจากศูนย์ของฝากชิราคาวะโกะมาหน่อยทางขวามือจะเป็นที่ทำการเมืองชิราคาวะโกะ แวะเข้าไปถามทางได้ครับ






พอเข้าไปบอกว่าเขาว่าจะไปหมู่บ้านชิราคาวะโกะ เขาจะหยิบแผนที่พร้อมทั้งวงมาให้ว่าอยู่ตรงไหน ขับไปจนกระทั่งเห็นอุโมงค์ด้านขวามือ ผมแนะนำให้เลี้ยวซ้ายขึ้นเนินไปจุดชมวิวก่อนครับ เพราะถ้าสายคนที่จุดชมวิวจะเยอะ แม้จะไม่มาก แต่ก็ทำให้การจะได้ภาพที่เราต้องการอาจจะทำได้ยากครับ พอมาถึงจุดชมวิว ไม่มีใครเลยครับ แบบนี้ก็ลุยเต็มที่ ถ่ายได้ตามสบาย แดดอ่อนรำไร ตัดกับภาพหมู่บ้านด้านล่างทำให้ฟินกับที่นี่มาก เป็นหนึ่งในเมืองที่ผมรู้สึกมาแล้วสดชื่นทุกครั้ง บางคนมาพักในบ้านทรงพนมมือก็ฟินไปอีกแบบ แต่ค่าที่พักก็ค่อนข้างสูงหากเทียบกับการพักในเมืองโทยามะหรือทาคายามะครับ หากใครสนใจที่จะพักในเมืองนี้ลองหาข้อมุลดูนะครับ




เป็นการพักในบ้านของคนพื้นที่ ที่เปิดเป็นเกสต์เฮาส์ ซึ่งมีจำนวนไม่มากนัก หลังจากถ่ายภาพเสร็จ ด้านหลังมีร้านของของฝากแวะสักนิด สิ่งที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของที่นี่คือตุ๊กตาเด็กสีต่าง ๆ โดยที่แต่ละสีจะมีคำอวยพรต่างกัน คำอธิบายจะเขียนไว้ด้านล่างในตู้โชว์ มีด้วยกันหลายขนาด โดยที่บางทีตัวเล็กกับตัวใหญ่คำอวยพรจะต่างกันครับ หลังจากชอปเสร็จก็ได้เวลาลงพอดีกับที่มีกลุ่มใหม่มา ขับกลับมาตามทางที่ขึ้น เมื่อลงมาถึงด้านล่างก็ขับตรงเข้าไปยังอุโมงค์เลยครับ ทะลุอุโมงค์มาก็จะพบกับหมู่บ้านทรงพนมมือที่เขาอนุรักษณ์ไว้เป็นแหล่งท่องเที่ยว หาที่จอดรถเสร็จก็เดินเที่ยวกันเลย







จุดเด่นของหมู่บ้านทรงพนมมือคือ เป็นบ้านที่มีทรงหลังคาสูงหลังคาทำจากหญ้าคล้าย ๆ กับการปูหญ้าคาบ้านเรา แต่ที่นี่จะมีความหนามาก เนื่องจากในหน้าหนาวจะช่วยเรื่องการเก็บความร้อนไว้ได้นาน ทำให้บ้านอบอุ่นตลอดเวลา การมาเยือนในครั้งนี้ผมถือว่าค่อนข้างโชคดี เพราะได้เห็นการเปลี่ยนหญ้าปูหลังคาด้วย เดินเก็บภาพจนถึงประมาณเที่ยวก็ได้เวลากลับ เพราะต้องขับกลับอีกประมาณ 1 ชั่วโมง ด้วยความที่เพลินกับเวลามากไปนิด ทำให้ต้องขับรถรีบนิดนึง แต่ก็ไม่ควรรีบจนเกินกว่าที่กฏหมายกำหนดนะครับ ถ้าเกินอาจจะไม่มีตำรวจขับตาม แต่จะมีค่าปรับเพิ่มเข้ามาในบิลที่ทางธนาคารเรียกเก็บ เพราะตอนจ่ายเงินกับทางบริษัทเช่ารถ เขาจะให้เราชำระเป็นบัตรเครดิต ถ้าหากมีค่าอะไรเกี่ยวกับรถเขาจะชาร์จเพิ่มเข้ามาเลย แล้วจะส่งใบเสร็จมาให้เราที่เมืองไทย เพื่อเป็นการยืนยันว่าเขาไม่ได้ชาร์จมั่วนะ 


เมื่อมาถึงเมืองผมให้พี่สาวและทุกคนลงไปก่อนเพื่อจองตั๋วรถไฟชินคันเซน ส่วนผมกับพี่ชายจะเอารถไปคืน หลังจากคืนรถแล้ว(เกินเวลามานิดหน่อย เพราะหาศูนย์รถไม่เจอ ลืมให้เขาตั้งโฮมให้) แวะหาข้าวกล่องที่สถานีรถไฟ





แล้วก็วิ่งขึ้นรถไฟไปอาโอโมริ โดยเราต้องนั่ง Hokuriku Shinkansen ไปลงที่ Omiya จากนั้นก็นั่ง Tohoku Shinkansen ไปลงที่ Shin-Aomori แล้วก็นั่งรถจาก Shin-Aomori ไปที่ Aomori รถไฟนอนสาย Hamanasu ไปซัปโปโร โดยฮามานะสุ นี้จะวิ่งออกจากอาโอโมริเท่านั้น ดังนั้นจึงต้องนั่งหลายต่อ ในปัจจุบัน Tokoku Shinkansen วิ่งไปจนถึง Shin Hakodate แล้ว ดังนั้นรถไฟข้ามไปฝั่งฮอกไกโดทุกขบวนจึงถูกยกเลิกทั้งหมดครับ รวมแล้วใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง ใช่ครับ 6 ชั่วโมงไม่ผิดหรอกครับ เพราะจากโทมิยะมาที่โอมิยะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง และจากโอมิยะไปยังอาโมริใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงนิด ๆ หลังจากถึงสถานีอาโอโมริแล้วสิ่งที่จอดรอเราอยู่คือรถนอนขบวนฮามานะสุ โดยรถขบวนนี้มี 2 แบบคือเป็นตู้แบบนอนราบซึ่งจะมีเพียง 2 ตู้เท่านั้น และหากผู้ถือบัตรเจอาร์ต้องการตู้นี้จะต้องจ่ายเพิ่ม แต่ก็มักจะเต็มอย่างรวดเร็ว และตู้แบบนั่งแต่เก้าอี้ปรับเอนได้ คล้าย ๆ ปรับเอนแบบรถทัวร์บ้านเรา แต่จะปรับเอนได้เกือบราบ ตู้นี้ผู้ถือบัตรเจอาร์สามารถจองได้เลย ซึ่งผมได้จองตั้วแต่วันที่มาถึงแล้ว




แต่อย่างที่ผมบอกไปว่าปัจจุบันรถไฟขบวนนี้ได้ถูกยกเลิกการวิ่งและทางรัฐบาลญี่ปุ่นส่งมาให้เมืองไทยใช้ รถไฟขบวนนอนฮามานะสุนี้มีเพียงแค่เที่ยวเดียววิ่งเวลา 22.00 ถึงปลายทางซัปโปโรเวลาประมาณ 7 โมงเช้า เรียกว่านอนไปเรื่อย ๆ แต่รถขบวนนี้ก็ไม่ได้ว่าจะวิ่งไปจนถึงซัปโปโรนะครับ แต่จะหยุดตามสถานีใหญ่ ๆ เช่นฮาโกะดาเตะ เวลาประมาณ 1 นาฬิกา หลังจากนั้นผมหลับไปจนถึงซัปโปโรเลย









ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น