วันแรก เราเริ่มกันไปที่สถานี Meguro เพื่อชิมซูชิสายพานที่ได้ชื่อว่าอร่อยที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น ร้าน Midori ตั้งอยู่ในห้าง Atre ทางออกไหนผมจำไม่ได้
แต่ต้องรีบไปเข้าแถวก่อนร้านเปิด ไม่เช่นนั้นรอกันนานเลยครับ เมื่อได้ชิมก็ยอมรับว่าอร่อยจริง ๆ ครับ ปกติซุชิในญี่ปุ่นจะมีการแต้มวาซาบิมาเล็กน้อยในซูชิ โดยคนญี่ปุ่นจะทานกันแบบนั้นไม่นิยมทานวาซาบิมากนัก เพราะมันจะขึ้นจมูก และทำให้รสชาติที่เป็นธรรมชาติของวัตถุดิบหายไป แต่หากใครชื่นชอบวาซาบิสามารถขอได้ครับ บางที่จะใส่ถ้วยมาให้ แต่ที่ร้านนี้เมือ่ขอวาซาบิ เชฟจะเอาโถวาซาบิใส่ในสายพานมาให้ เรียกว่าเอาซะให้พอใจเลยนะ เมื่อทานกันเสร็จคราวนี้ก็เป็นเวลาชอปปิ้งโดยจะแยกย้ายกันไปตามแต่ว่าใครอยากไปไหน แล้วตอนเย็นเจอกันที่ไหน แยกเป็น 2 กลุ่มคือบ้านผมจะไปตึกม่วงที่ Ueno ส่วนบ้านอาจะไป Hardrock Cafe ผมก็บอกแค่ว่านั่งสายไหน ไปลงไหน
แล้วก็แยกย้ายกันไป ในตอนเย็นผมพาที่บ้านไปทานราเมงกันที่ Shibuya จริง ๆ คือพาป้าไปดูคนข้ามถนนนั่นเอง ป้าตกใจมากที่มีคนมาข้ามถนนกันเยอะขนาดนี้ ทั้ง ๆ ที่ก่อนที่จะได้สัญญาณไฟคนยังไม่เยอะเท่าไหร่ แต่พอสัญญาณไฟคนข้ามเขียวเท่านั้นแหล่ะครับ ความครื่นเครงก็เกิดขึ้น
และหาอะไรทานในตอนเย็นนิดหน่อย วันนี้ไปไม่มาก แต่ใช้เวลาแต่ละที่มากเหมือนกัน
วันที่ 3 วันสุดท้ายเช็คเอาท์ ฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรม แล้วก็ออกไปเก็บตกแถว Ueno อีกสักหน่อย เพราะลืมซื้อของ ตอนบ่ายกลับมารับกระเป๋าคืน นั่งรถไฟ NEX(Narita Express) ไปสถามบิน สำหรับคนที่ถือบัตร JR Pass หากพลาดเที่ยวรถสามารถเปลียนตั๋วเป็นรอบถัดไปได้ แต่หากใคร Pass หมดอายุหรือไม่ได้ใช้ JR Pass การจองรอบถัดไปคือการซื้อตั๋วใหม่ ดังนั้นกะเวลากันดี ๆ นะครับ รถไฟในญี่ปุ่นตรงเวลานะครับ ควรเผื่อเวลาสำหรับจองตั๋วและหาชานชลาไว้ประมาณ 15-20 นาทีตามแต่ความแน่นของลูกค้าหรืออาจจะจองเผื่อไว้ในตอนเข้าเลยก็ได้ครับ ก็จบทริปคราวนี้ลงตรงนี้ครับ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น