ล่มตารางรถไฟที่รับมา แต่จะตรวจสอบได้ที่สถานีรถไฟซัปโปโระเป็นรถไฟสาย Local กับ Rapid airport ครับ รถไฟออกทุก ๆ ครึ่งชั่วโมง
ถ้าพลาดขบวนนี้ก็ไม่ต้องรอนานครับ ใช้เวลาจากสถานีซัปโปโระถึงโอตารุประมาณ 30 นาที เลียบชายฝั่งทะเลด้านเหนือของเกาะฮอกไกโดไป
ถ่ายคู่กับป้ายหน่อย |
สถานีรถไฟประจำเมือง |
เมืองก็ไม่พลุกพล่านมาก |
โอตารุ
โอตารุ เดิมเป็นเมืองท่าของเกาะฮอกไกโดเช่นเดียวกับฮาโกะดาเตะ เปรียบได้กับฮาโกะดาเตะเป็นเมืองท่าทางใต้ ส่วนโอตารุจะเป็นเมืองท่าทางเหนือ ตัวเมืองมีขนาดเล็ก มีคลองเก่าประจำเมืองทอดยาวพร้อมกับเรียงรายด้วยโกดังเก่าที่ปัจจุบันถูกดัดแปลงให้เป็นร้านอาหารและร้านขายของฝาก เป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องซูชิอีกแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น เมื่อผมมาถึงสิ่งแรกที่ทำคือเช็คอินโรงแรมที่อยู่ฝั่งตรงข้ามสถานีเลย นั่นคือ Dormy Inn หาไม่ยากครับโรงแรมนี้แทกซี่ดีไหม หรือว่ารถประจำทางดี เดินมาได้สักนิดพี่สาวเห็นมีถนนคนเดินจึงพาพ่อกับแม่ไปเดินดูกันสักหน่อยว่าเขามีอะไรบ้าง แต่วันที่ไปเป็นวันอาทิตย์ ร้านค้าต่าง ๆ จึงปิดเป็นส่วนใหญ๋ ที่ยังเปิดอยู่ก็เป็นร้านอาหารกับร้านขายของเล็ก ๆ น้อย ๆ
เดินทะลุมาอีกด้านหนึ่ง ถ้าเลี้ยวซ้ายจะเป็นถนนที่ทอดยาวไปถึงคลองเก่าที่จะไป พ่อกับแม่บอกมาถึงตรงนี้แล้วก็เดินไปแล้วกัน เลยเดินกันไปถ่ายรูปกันไป ระหว่างทางจะมีเส้นทางรถไฟสายเก่าที่เลิกใช้ไปแล้ว มีป้ายและการตกแต่งที่ดี อย่าลืมแวะถ่ายรูปกันนะครับ
เดินตามทางมาเรื่อย ๆ เป้าหมายหลักในตอนนี้คือร้านซูชิ กับถนนการค้า Sakaimachi ผมเดินผ่านถนนการค้าไปก่อน ขอตัวไปแวะเติมพลังแปป แต่ระหว่างทางก็พบกับอาหารรองท้อง เป็นร้านที่ขายลูกกลม ๆ แต่ใหญ่มาก ผมนึกว่าเป็นทาโกะยากิลูกใหญ่
เลยลองถามเขาดู เขาบอกมันคือ Bakudan แปลว่า ลูกปืนใหญ่ ซึ่งจริง ๆ มันก็คือทาโกะยากินั่นแหล่ะ แต่ด้วยความที่มันใหญ่มาก ไม่สามารถทานได้ใน 1 คำ จึงเรียกใหม่ว่า Bakudan ส่วนร้านเข้าก็เรียกว่า Bakudanya แปลว่า ร้านขายลูกปืนใหญ่ แหม! เข้าใจตั้งชื่อร้านนะ
หลังจากได้ลูกปืนใหญ่มาทานแล้ว ก็เดินต่อไปอีกไม่มากนักตามถนนสาย 17(เส้นเลียบคลอง) จะพบกันร้านซูชิที่มีการตกแต่งแบบสวนญ๊่ปุ่น นั่นแหล่ะครับร้าน Waraku
ในช่วงที่ผมไปพนักงานในร้านจะพูดภาษาอังกฤษกันได้ไม่มากนัก แต่ไม่มีปัญหาครับ บอกเขาว่ากี่คน เมื่อได้โต๊ะเขาจะพาเราไปนั่งที่โต๊ะ(ถ้าเห็นโต๊ะว่าง ๆ ห้ามนั่งเองนะครับ ต้องให้เขาพาเราไปนั่ง) ซูชิหน้าธรรมดาจะมีไหลมาตามสายพาน ถ้าเราต้องการอะไรเพิ่มก็สั่งโดยจะมีเมนูภาษาอังกฤษไว้ด้วย แค่หยิบขึ้นมาแล้วชี้บอกเชฟก็เป็นอันเรียบร้อย สำหรับร้านซูชิสายพาน ราคาจะคิดตามสีจานครับ
เมื่อหนังท้องตึง หนังตาก็เริ่มหย่อน ไม่ใช่!!!! เราก็มีแรงเดินกันต่อ ออกมาจากร้านเลี้ยวขวาแยกถัดไปเข้าสู่ถนนการค้า Sakaimachi เมื่อเข้าสู่ถนนเส้นนี้ทั้ง 2 ข้างทางจะเต็มไปด้วยร้านค้าต่าง ๆ ผมเลี้ยวซ้ายไปยังจุดหมายถัดไปคือพิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี เดินไปเรื่อย ๆ เห็นคนถือไอศครีมหลายชั้น เลยมองหา เจอร้านนึงขายไอศครีม 6 ชั้น ไม่รอช้าครับรีบซื้อทันที
อย่าลืมแวะหากันดูนะครับ ตอนนี้อาจจะมีมากขึ้นแล้วก็ได้ เดินต่อไปเรื่อย ๆ จนสุดถนนจะพบร้านที่มีนาฬิกาใหญ่ ๆ อยู่หน้าร้าน นั่นแหล่ะครับเป้าหมายของเรา พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี ซึ่งนาฬิกาที่หน้าร้านนี้ยังคงใช้งานได้ดี เป็นนาฬิกาไอน้ำที่ปัจจุบันเหลือเพียง 3 เรือนเท่านั้นในโลก โดยจะมีเสียงหวูดจากนาฬิกาไอน้ำนี้ทุก ๆ 15 นาที และจะมีดังครั้งใหญ่เมื่อครบ 1 ชั่วโมง
ภายในพิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีนี้จะมีลักษณะเป็นร้านขายกล่องดนตรี ซึ่งเราสามารถซื้อได้ทั้งแบบสำเร็จรูปหรือจะออกแบบเองเพื่อคนพิเศษก็ได้ ซึ่งแบบสำเร็จรูปเขาจะประกอบไว้ให้เราได้เลือกซื้อกันเลย
แบบสำเร็จรูป โดยป้ายจะบอกว่าชิ้นนี้เพลงอะไร |
ส่วนแบบออกแบบเองนั้น จะเป็นส่วนด้านหลัง เขาจะแยกส่วนของลานดนตรี ตัวเรือน และอุปกรณ์ตกแต่งเอาไว้เป็นส่วน ๆ เมื่อซื้อเสร็จก็จะประกอบให้เรา นำไปฝากให้กับคนพิเศษ
ออกแบบกันเองไหม หวา! เยอะจัง |
เมื่อเสร็จจากที่นี่ก็ได้เวลาอันเหมาะสมในการชมคลองโอตารุพอดี โดยคลองนี้จะเป็นที่นิยมของคู่รักมาชมกันในยามเย็นจนพระอาทิตย์ตกดินไป แต่ก่อนจะไปผมได้แวะไปชิมเค้กร้านดังประจำเมือง ใช่แล้วครับร้าน Le'Tao(เลอะ'ตาโอะ) นั่นเอง(ถ้าพลาดร้านปิด มีร้านย่อยอยู่ตรงหน้าโรงแรมครับ แต่ความหลากหลายจะไม่เท่ากับร้านนี้) โดยร้านนี้จะอยู่เยื้อง ๆ กับพิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี บนเส้น Sakaimachi ถ้าถามคนในเมืองว่าร้าน Le'Tao อยู่ตรงไหน
ถ้าเขาทำหน้างง ๆ อย่าแปลกใจครับ คนญี่ปุ่นจะเรียกร้านนี้ว่า ルタオ(รุตาโอะ) ใช่ครับ เป็นคำผวนของเมืองโอตารุ->รุตาโอะ เขาจะร้องอ๋อ! ทันที เสร็จแล้วก็เดินกลับไปทางที่เรามากัน กว่าจะถึงคลองก็ได้แสงสวยพอดี ไม่รอช้าครับ ถ่ายภาพกันเลย ผมใช้เวลาที่นี่นานพอสมควร กว่าจะกลับถืงโรงแรมก็ 2 ทุ่มกว่าเกือบ 3 ทุ่ม ได้เวลาอาบน้ำพอดี ที่นี่มีห้องอาบน้ำรวมด้วย ใครสนใจแช่ตัวก็เชิญตามสบายครับ ผมคนนึงล่ะที่ไม่พลาด และโรงแรมในเครือของ Dormy Inn นั้นจะมีการเสริฟราเมงฟรี ที่ห้องอาหารตอน 4 ทุ่มด้วยครับ เสร็จไปอีก 1 วัน พรุ่งนี้ผมจะไปเก็บเชอรี่กันแต่เช้า ไปนอนดีกว่า หาว!!!
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น