Ueno Farm แห่ง อะซาฮิคาวะ
ใครที่เคยไปโตเกียวแล้ว คงรู้จักสวนที่ชื่อว่า "Ueno Park" ใช่ครับ ผมฟังครั้งแรกนึกว่าที่เดียวกัน ทะเลาะกับพี่สาวอยู่พักนึง จนพี่สาวต้องกางแผนที่ แล้วชี้ให้ดู อ๊ะ! มีด้วยเหรอ สวนนี้อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองอะซาฮิกาวะมากนัก ใช้เวลาเดินทางจากตัวเมืองไม่เกินครึ่งชั่วโมง ถ้าจากเมืองบิเอะที่ผมเพิ่งจากมา ก็จะใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง โดยไม่แวะไหนเลย แต่ด้วยความที่ผมขับไปแวะชมเส้นทางไป ทำให้ใช้เวลานานกว่า กว่าจะถึงสวนก็เกือบปิดสวนแล้ว กล่าวคือสวนปิดตอน 5 โมงเย็น ผมไปถึงสวนตอน 4 โมง สวนนี้เป็นการจัดแต่งแบบอังกฤษ ดังนั้นคนที่ไม่ค่อยชอบการตกแต่งสวนสไตล์นี้ อาจจะรู้สึกเฉย ๆ ครับ แต่ถ้าใครหาไอเดียในการแต่งสวน อย่างลองดูว่าสวนสไตล์อังกฤษเขาแต่งกันยังไง ก็ลองมาที่นี่ดูนะครับค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 500 เยน เด็กอายุตั้งแต่ 12 ปีลงไปฟรีครับ
นี่คูปองส่วนลดเติมน้ำมันนะ แต่คุณต้องเติมเฉพาะปั๊ม.....เท่านั้น ซึ่งปั็มดังกล่าวก็อยู่ไม่ไกลจากบริษัท สำหรับการเติมเต็มถัง ถ้ากลัวพนักงานที่ปั็มฟังภาษาอังกฤษไม่รู้เรื่อง ให้พูดว่า "มันตัน" แปลว่า "เต็มถัง" หลังจากคืนรถแล้ว เราก็ตรงไปที่พักและหาอาหารเย็นทานกัน สำหรับที่พักของเราคืนนี้คือ "Fujita Kanko Washington Hotel"
เป็นโรงแรมที่อยู่หน้าสถานีรถไฟ ชนิดที่ว่าข้ามไปปุ๊ป ถึงสถานีเลย หลังจากเก็บกระเป๋าแล้ว เราออกไปอะไรทานกัน พร้อมทั้งสำรวจเมืองไปในตัว สำหรับร้านที่เลือกในค่ำนี้คือ Torinokai
เป็นร้านสไตล์สั่งสรรค์ มีแบ่งเป็นห้อง ๆ ให้ความเป็นส่วนตัวแก่ลูกค้า มีเมนูหลากหลาย แต่ที่ผมแนะนำคือ ข้าวแช่ในน้ำชาเขียว เป็นข้าวสวยแต่หน้าด้วยสาหร่ายแห้ง แล้วมีชาเขียวมาให้ 1 กา เทใส่ในข้าว ได้กลิ่นหอม ๆ ของข้าวคั่ว เป็นการผสมกันที่ดีเลยทีเดียว
หล้งจากทานเสร็จเดินย่อยอาหารนิดหน่อย พบว่าตัวเมืองอะซาฮิกาวะนี้ เป็นเมืองที่ใหญ่พอสมควร ผมว่าผมคงพลาดอะไรดี ๆ ในเมืองนี้ไปแน่ ๆ พอกลับมาเมืองไทย ตรวจสอบดูพบว่า เมืองนี้มีพิพิธภัณฑ์ราเมง และมีร้านราเมงขึ้นชื่อของเมืองอยู่ คราวหน้าไม่พลาดแน่ ๆ แต่ถ้ามาแล้วเหนื่อย ไม่อยากออกไปหาของทานไกล ข้ามไปฝั่งสถานีซื้อข้าวกล่อง หรือใกล้ ๆ โรงแรมมีเซเว่นครับ
![]() |
โอโคโนมิยางิ ก็รสชาติดี |
ฟูดคอร์ทของเมืองอะซาฮิกาวะ แต่ตอนไปปิดแล้วครับ |
น่าจะจำหน่ายเฉพาะตอนกลางวัน |
![]() | |
อันนี้เป็นข้าวผัดสไตล์ญี่ปุ่น |
เสาสี่เขียว ๆ นี้เป็นเสานับถอยหลังสัญญาณข้ามถนน |
ลุงเป่าเพลงอะไรน่ะ |
ร้านนี้ก็น่าอร่อยนะ เสียดาย เราเจอกันช้าไป |
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น