วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

Ice Pavilion in Kamikawa

20 July 2013



วันนี้ตื่นเช้าหน่อย เพราะผมจะไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์น้ำแข็งของเกาะฮอกไกโด จุดหมายคือเมือง Kamikawa(คามิคาวะ) เมืองนี้อยู่ไม่ไกลจากเมืองอะซาฮิกาวะมากนัก การเดินทางสามารถไปได้หลายวิธีคือด้วยรถบัส รถส่วนตัว และรถไฟของเจอาร์ จริง ๆ เมื่อวานผมสามารถขับรถมาที่พิพิธภัณฑ์น้ำแข็งนี้ได้เลย ถ้าดูจากเส้นทางแล้ว ออกจากเมืองบิเอะ เราสามารถเดินทางผ่านเมืองคามิคาวะได้ แล้วเข้าสู่เมืองอะซาฮิกาวะได้อีกทางหนึ่ง
แต่ด้วยตามรางที่ค่อนข้างจะแน่น จึงคิดว่าจะเช่ารถไว้อีกวันนึงแล้วพักที่เมืองคามิคาวะ แต่ลองมาดูตารางรถไฟ พบว่ามีรถไฟเจอาร์ที่สามารถเดินทางมาที่นี่ได้ ผมจึงไม่จำเป็นต้องเช่ารถอีกวันนึง เพราะผมมีบัตรเจอาร์พาสอยู่ เท่ากับประหยัดค่าเช่ารถและค่าโรงแรมไปอีกวันนึง สำหรับรถไฟมี 2 สายที่ผ่านเมืองนี้คือ Sekihoku Line (1 ชั่วโมง 20 นาที) กับ Okhotsk (40 นาที) ผมเลือกใช้สาย Okhotsk เพราะใช้เวลาน้อยกว่า เพราะเป็นขบวนด่วนพิเศษ ผมกับพี่สาวทำเรื่องเช็คเอาท์และฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรม ส่วนพ่อกับแม่ไปหาซื้อข้าวกล่องที่เซเว่น เมื่อเข้ามาภายในตัวสถานี(ตอนขามารีบไปรับรถ เลยไม่ได้ดู) พบว่าสถานีอะซาฮิกาวะนี้ มีขนาดที่ใหญ่ การตกแต่งก็สวยงาม คาดว่าน่าจะทำไว้เพื่อรองรับรถไฟชินคันเซนที่มีโปรแกรมจะลอดน้ำมาที่เกาะฮอกไกโดเร็ว ๆ นี้ เมื่อเวลาบอก 9 โมง 1 นาที
รถไฟก็เทียบชานชาลาเป๊ะ ๆ ไม่ผิดเพี้ยนเลย ผมเดินทางถึงเมืองคามิคาวะประมาณ 9 โมง 40 นาที ตรงตามตารางเป๊ะอีกเช่นกัน เมื่อออกจากสถานีก็โบกแทกซี่ไปต่อครับ

เห็นวิวหน้ารถด้วย



รถตักน้ำแข็งแบบเดินตามครับ


สถานีเขาสวยนะ


มีแทกซี่จอดรออยู่แล้ว ไปกันเลย


อิม! ราคาก็ไม่แพงนะ


สักหน่อยไหมครับ อร่อยน๊า!!!




Ice Pavilion

พิพิธภัณฑ์นี้อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 5 นาทีโดยรถยนต์
เมื่อไปถึงจะพบกับอาคารของฝากทางซ้ายมือ ตัวพิพิธภัณฑ์อยู่ด้านใน เดินตรงเข้าไปที่ซื้อตั๋ว ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ (นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ขึ้นไป) ราคาอยู่ที่ 1,000 เยน เด็กประถมศึกษาราคา 600 เยน และเด็กเล็กอายุ 3 ปีขึ้นไปราคา 200 เยน หลังจากได้บัตรแล้ว จะมีเจ้าหน้าที่ให้เราระบายสีด้วยสีเมจิก แล้วจะเอารูปไปอังความร้อนให้สีจางลง แล้วบอกว่าเดี๋ยวเข้าไปข้างในสีจะเข้มขึ้น

จากนั้นก็เดินเข้าไปเลยครับ ด้านในจะมีต้องลองเสื้อกันหนาว เพราะอุณหภูมิภายในตั้งไว้ที่ -20 องศาเซลเซียส ตลอดทั้งปีครับ ลองเสื้อเสร็จแล้ว เขาจะแจกผ้าชุบน้ำให้เราด้วย เมื่อเสร็จแล้วก็เข้าไปลุยข้างในกันเลย เดินตามทางไปเรื่อย ๆ เมื่อเข้าสู่ภายใจห้องสักพัก
ผ้าชุบน้ำที่เราถือมาจะเริ่มแข็งตัว เป็นการแสดงให้เห็นว่าความเย็นขนาดนั้น ผ้าก็แข็งได้ หรือถ้าจะให้เห็นผลเร็ว ๆ ก็ให้ลองเหวี่ยงผ้าวน ๆ ก็จะกลายเป็นแท่งแข็งได้เช่นกัน ภายในจะมีห้องจำลองมีปุ่มกดทดสอบอุณหภูมิ -41 องศาเซลเซียส ความเย็นที่สุดที่เมืองนี้เคยประสบมา

เดินตามทางมาเรื่อย ๆ จะพบมุมฆ้อนผลไม้ พิสูจน์ว่าผลไม้แช่แข็งสามารถใช้เป็นฆ้อนได้ ด้วยการตอกตะปู แต่อย่าเอามาเล่นตีหัวกันเองนำครับ อันตราย!!! เดินตามทางมาเรื่อย ๆ จนออกมาจากตัวห้องเย็น จะมีชาร้อน ๆ เครื่องดื่มร้อน ๆ ให้ปรับอุณหภูมิร่างกาย ไม่ให้เป็นหวัด มีเครื่องเป่าลมร้อนไล่ฝ้าจากกล้องและแว่น อย่าลืมเป่ากันนะครับ และมีตู้ใส ๆ เล็ก ไว้โชว์ตัวคริโอเน่ นางฟ้าแห่งท้องทะเล โดยตัวคริโอเน่นี้ อาศัยอยู่ในแถบน้ำเย็น และพบได้น้อยมากครับ อย่าลืมแวะชมกันด้วยนะครับ หลังจากเสร็จจากที่นี้แล้ว
ออกมาด้านนอก อ้าว! ไม่มีแทกซี่ จะกลับยังไงล่ะทีนี้ รถเมล์ก็ไม่รู้ขึ้นที่ไหน ยังไง เดินไปที่อาคารของฝาก ถามเขาว่าจะไปสถานี้รถไฟยังไง เขาถามว่ากี่คน บอกว่า 4 คน แล้วเขาก็หยิบมือถือโทรไปที่แทกซี่บอกมีลูกค้า 4 คน ขอรถ 1 คน โอ้ว! อย่างนี้นี่เอง คือให้เขาเรียกแทกซี่ให้นั่นเองครับ อ้อ! ที่นี่มีซอฟไอซ์รสไวท์ชอคโกแลตของชิโรอิโคอิบิโตะ ชอคโกแลตขึ้นชื่อของเกาะฮอกไกโดด้วยครับ ใครที่ชอบซอฟไอซ์ ลองชิมกันดูครับ ผมว่ารสชาติดีทีเดียว







นี่แหล่ะครับ นางฟ้าแห่งท้องทะเล



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น