วันศุกร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ศาลเจ้า Yasaka(Yasaka Shrine,Kyoto)

Yasaka Shrine(ศาลเจ้ายาซากะ)ศาล เจ้าแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องในการขอพรให้สุขภาพแข็งแรง เดินมาถึงประตูหน้าวัด พบกับชาวต่างชาติกำลังถ่ายภาพสาวใส่กิโมโนอยู่ เลยอาศัยลูกพลอยไปกะเขาด้วย จากนั้นจึงเข้าไปในวัด ซึ่งวันที่ไปมีการจัดงานเทศกาลฉลองซากุระช่อแรกของเมืองเกียวโตเพราะบอกถึง การเบ่งบานของดอกซากุระมาถึงแล้ว เลยเข้าไปเที่ยวงานเทศกาล เข้าถึงในงานเทศกาลคนน้อยมาก คิดว่าคงเพิ่งเริ่มกระมัง แต่พอไปเจอคนไทยที่ทำงานที่ญี่ปุ่นในเมืองอื่นถึงทราบว่าที่นี่จะฉลองเทศกาล ในตอนกลางวันถึงประมาณ 2 ทุ่ม เพราะมันหนาวเลยเลิกเร็ว เข้าไปชมก็พบว่าคล้ายกับงานวัดบ้านเราหรือที่เห็นในการ์ตูน สารคดี หรือสื่อนำเที่ยวต่าง ๆ ที่เคยเห็นมา อย่างแรกที่ลองทานคือทาโกะยากิ รสชาติก็ใช้ได้ แล้วก็มีจุดให้นั่งทานอาหารที่ซื้อด้วย จึงลองเดินดูให้รอบก่อน ด้านในพบกับร้านค้ามากมาย(แม้แต่บ้านผีสิงอย่างบ้านเราก็มีนะ) ทางเดินจะเป็นลักษณะวนรอบวัด คือมีตัววัดอยู่ตรงกลาง แล้วทำทางเดินวนรอบให้เข้ามาได้ทั้ง 4 ด้าน ไม่เหมือนกับทางเดินของวัดเรียวอันจิที่มีทางเดินเป็นวงกลมแต่ตัววัดอยู่ทิศเหนือ ผ่านเข้าไปด้านในพบกับร้านค้าและร้านอาหารอีกมากมาย และต้นซากุระที่บานสะพรั่งเต็มต้น เพื่อบอกว่าดูซิฉันบานแล้วนะ และอีกไม่นานเพื่อน ๆ ฉันก็จะบานเต็มเมืองเลย หลัง จากเที่ยวจนเหนื่อยแล้วก็กลับไปโอซาก้าเพื่อพักผ่อนกัน แต่สิ่งที่สะดุดตาสุดท้ายในวันนี้คือป้ายรถเมล์ตรงหน้าวัดนี่เอง มีสายรถเมล์ที่ผ่านป้ายนี้ แล้วจะมีป้ายวงกลมเล็ก ๆ พลิกว่ารถเมล์สายไหนจะมาถึงในเวลาเท่าไหร่ เริ่มพลิกที่ 5 นาที แล้วก็ย้ายมา 2 นาที แล้วก็สุดท้ายที่มาถึงแล้ว ซึ่งจะเห็นว่ามีรถเมล์สายนั้นวิ่งมาหรือติดไฟแดงอยู่ และถ้าสายไหนหมดแล้วก็จะขึ้นตัวอักษรสีแดงตรงช่องสุดท้ายด้วย เมืองไทยจะทำได้บ้างไหมเนี่ย พอกลับถึงโอซาก้ากะจะโดดตูมซักหน่อยแต่เขาบอกว่าหมดเวลาแล้ว เลยต้องขึ้นไปอาบน้ำในห้องแม่ข้างบนแล้วก็นอน เหนื่อยจริง ๆ ขอหลับก่อนดีกว่า Z z z z ….. วันพรุ่งนี้ผมจะพามาเที่ยว Kyoto ต่ออีกวันนึงนะครับ

ย่าน Gion(Gion,Kyoto)

Gion(กิออน)แหล่งช๊อปปิ้งสตรีทของเกียวโต ที่นี่มีอาหารน่าทานทั้งนั้น อย่างแรกที่สะดุดตาคือ แป้งโมจิย่างราดด้วยน้ำตาลอ้อยเคี่ยว คนซื้อกันเยอะเลย เลยซื้อมาลองทานกัน รสชาติใช้ได้นะ แล้วร้านนี้ยังมีอีกอย่างคือแป้งโมจิคลุกน้ำตาลอ้อย แต่อันนี้ไม่ได้ทาน เดินไป 2 ข้างทางมีแต่ของกินยั่วใจทั้งนั้นแลย บางร้านหน้าร้านสวยมาก น่าเข้าไปดู แต่พอเข้าไปพบว่าเป็นร้านขายผักดอง เดิน ไปซักพักก็จะพบกับสาวไมโกะ จะเป็นผู้หญิงที่แต่งกิโมโนทาหน้าขาว สำหรับสาวไมโกะนั้น จะเป็นนักเต้นรำให้ความบรรเทิงเช่นเดียวกันกับเกอิชา แต่ว่าพวกเธอเป็นเพียงแค่นักเรียนการเต้นครับ เมื่อจบหลักสูตรจะเรียกว่าเกอิชา(ในโตเกียว) ส่วนในเกียวโตนี้จะเรียกผู้ที่จบหลักสูตรการเต้นว่าเกอิโกะครับ แล้วที่ญี่ปุ่นนี้จะมีนโยบายที่ว่า ถ้าผู้หญิงญี่ปุ่นคนไหนใส่กิโมโนขึ้นรถเมล์จะได้ขึ้นฟรีด้วยนะ เดินไปสุดทางเจอกับศาลเจ้าแห่งหนึ่งชื่อว่า ยาซากะ(Yasaka Shrine) จึงขอนำเสนอที่นี่เป็นของแถมครับ

วัด Kinkakuji(Kinkakuji Temple,Kyoto)

Kinkakuji Temple(วัดคินคะคุจิ)
วัด คินคาคุจิ(วัดสีทอง) ในเมืองเกียวโตมีวัดที่ชื่อใกล้กันอยู่คือวัด Kinkakuji(วัดทอง คินหรือคินคะ แปลว่าทอง)กับวัด Ginkakuji(วัดเงิน กิงหรือกิงคะแปลว่าเงิน) ซึ่งถ้าซื้อทัวร์มาเที่ยวที่เกียวโต มักจะไปทั้ง 2 วัด แต่ถ้ามาเองแล้วอยากถามทางต้องบอกให้ชัดว่าจะไป คินคะคุจิหรือว่ากิงคะคุจิ เพราะคินคะคุจิอยู่ด้านเหนือ แต่กิงคะคุจิอยู่ตะวันออก โดยทั้ง 2 แห่งต้องเสียเงินเข้าไปชมด้วยนะ
ไปซื้อบัตรมา พอดูบัตรมันเหมือนยันต์อะไรซักอย่างเลย วัด นี้เคยเป็นวังมาก่อน ใครเคยดูอิคคิวซังคงนึกออก ใช่แล้วล่ะ นี่คือวังของโชกุนอาชิคากะ โยชิมิสุ (Ashikaga Yoshimitsu)ซึ่งก็คือโชกุนในการ์ตูนนี่เอง ส่วนวัดอังคะคุจินั้นอยู่ในตัวเมือง แต่ไม่ได้ไปเพราะไม่มีเวลาไปเสาะหา(แต่มีภาพมาให้ดู ไปตามที่ภาพบอกน่าจะเจอครับ) นั่นเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าอิคคิวซังเป็นเรื่องจริงแน่นอน ปัจจุบันวัดนี้ได้รับการบูรณะทำให้ส่วนชั้นล่างจะไม่ทาสีทอง(เทียบได้จากการ์ตูนอิคคิวซังครับ) ส่วนยอดของหลังคามีนกฟินิกส์หรือวิหกอมตะ นกที่ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่ามีชีวิตเป็นอมตะเพราะกินไฟเป็นอาหาร และถ้าตายก็จะสามารถเกิดใหม่ได้เองประดับอยู่ ตลอดทางจะมีไม้ไผ่ทำเป็นรั้วกั้นไว้ตลอด แต่พอลองเอามือเทียบดู ปรากฏว่าใหญ่มาก มือกำไม่รอบเลยเชียว เห็นแล้วน่าเอามาหุงข้าวหลามบ้านเราจัง ซึ่งตลอดทางจะมีร้านขายของที่ระทึก เอ๊ย! ที่ระลึกเป็นจุด ๆ ด้วย(เป็นเงินเป็นทองอีกแล้วครับท่าน) ของที่ขายส่วนใหญ่ก็เป็นเครื่องรางนำโชคต่าง ๆ พวงกุญแจของวัดเป็นต้น เดินมาอีกหน่อยไม่ห่างกันนักจะพบพระพุทธรูป แล้วมีเหรียญรายล้อมเต็มไปหมด แล้วก็มีนักท่องเที่ยวกำลังโยนเหรียญให้ลงไปในหลุมหินตรงกลาง(หรือโยนลงใน ชามข้างหน้าก็ไม่รู้นะ) แม่ เลยเอาบ้าง ปรากฏว่าโยนลงด้วย แล้วก็มีเสียงนักท่องเที่ยวเฮลั่นเลย คิดในใจว่าตกลงนี่มันเป็นการเสี่ยงโชคอย่างนึงใช่ไหมเนี่ย แล้วก็มีแบบนี้อีกหลายที่เลย กลางน้ำก็มีนะ ไม่รู้ว่าคนโยนมันคิดได้ไงว่าให้โยนไปโน่นด้วย วัด นี้มีขนาดใหญ่มาก(ก็มันวังเก่านี่หว่า) ใช้เวลาเดินจนวัดปิดเลย(ประมาณ 5 โมงเย็น) ก่อนออกจากวัดแวะร้านขายของที่ระลึกอีกร้านนึง เจอเด็กน้อยใส่กิโมโนน่ารัก แต่จะเข้าไปขอถ่ายก็ส่งภาษาไม่รู้เรื่อง จึงได้แต่แอบถ่ายมา หลังจากนั้นจึงเดินทางเข้าไปเดินเที่ยวย่านกิออน(Gion) แหล่งค้าขายของเมืองเกียวโต