วันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2557

วัด Todaiji(Todaiji Temple,Nara)

วัด Todaiji(Todaiji Temple)สิ่งแรกที่เห็นเลยคือเสาของประตูวัดที่มีขนาดใหญ่มาก ลองให้พ่อกับแม่โอบ ก็ยังไม่รอบ เหลือที่อีกหน่อยก็ประมาณ 2 ผู้ใหญ่กับ 1 เด็กประถมถึงจะโอบรอบล่ะ ตรงประตูวัดจะมีรูปแกะสลักเทพพิทักษ์ประดับ 2 ฝั่งประตู ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกจะเป็นเทพอัสนีและเทพวสันต์ เอ๊ย! ไม่ใช่เทพวายุ ซึ่งมีแทบทุกวัดเลยนะ วัดโทไดเป็นวัดพุทธในเมืองนะระหรือนาระ ประเทศญี่ปุ่น 

หอไดบุทสึ (Daibutsuden) ที่ตั้งอยู่ในบริเวณวัดได้รับการบันทึกว่าเป็นอาคารไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปไดบุทสึขนาดใหญ่หล่อจากบรอนซ์ เรียกให้ง่ายก็คือหลวงพ่อโตครับ นอกจากนี้วัดนี้ยังเป็นศูนย์กลางของโรงเรียนศาสนาในสายเคงอนอีกด้วย วัดนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในทะเบียนเดียวกับวัด ศาลเจ้า และสถานที่สำคัญอื่นๆอีก 7 แห่งในเมืองนะระ ประวัติเมื่อครั้งแรกเริ่มสร้าง ในสมัยเทมเปียว มีผู้ประสบภัยจากภัยธรรมชาติและโรคระบาดอยู่เป็นจำนวนมาก จนกระทั่งปี พ.ศ.1286(นี่ก็สร้างก่อนอาณาจักรสุโขทัย) จักรพรรดิโชมุได้ทรงประกาศว่า ประชาชนควรจะร่วมกันสร้างพระพุทธรูปขึ้นเพื่อปกป้องตนเองจากภัยพิบัติ เนื่องจากทรงมีความเชื่อว่าพระพุทธรูปจะช่วยคุ้มครองประชาชนได้ ตามบันทึกที่เก็บรักษาอยู่ในวัดโทไดได้กล่าวว่า มีคนมาช่วยสร้างพระพุทธรูปและหอที่ประดิษฐานมากกว่า 2,600,000 คน การสร้างพระพุทธรูปเริ่มต้นครั้งแรกที่เมืองชิงะระกิหรือชิงาราคิ แต่หลังจากเกิดเหตุเพลิงไหม้และแผ่นดินไหวจนมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ก็ได้ย้ายสถานที่สร้างมายังเมืองนะระใน พ.ศ.1288 และสร้างเสร็จสมบูรณ์ใน พ.ศ.1294 ต่อมาใน พ.ศ.1295 ได้มีการจัดพิธีเบิกพระเนตรเพื่อฉลองพระพุทธรูปองค์ใหม่ โดยมีพระภิกษุชาวอินเดียชื่อว่า Bodai-senna เป็นผู้ประกอบพิธี ตามบันทึกมีผู้มาร่วมพิธีราว 10,000 คน หลังจากนั้นจักรพรรดิโชมุได้ทรงประกาศให้วัดโทไดเป็นวัดประจำจังหวัดยะมะโตะ หรือยามาโตะ และเป็นศูนย์กลางของวัดทั่วอาณาจักร การก่อสร้างขึ้นใหม่หลังสมัยนะระ พระพุทธรูปไดบุสึถูกสร้างขึ้นใหม่หลายครั้งโดยเหตุผลต่างๆกัน รวมทั้งความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหว และมีการสร้างขึ้นใหม่ 2 ครั้งที่มีสาเหตุจากเหตุเพลิงไหม้ โดยพระหัตถ์ทั้งสองข้างที่เห็นในปัจจุบันนี้สร้างขึ้นในสมัยโมโมะยามะ (พ.ศ. 2111-2158) พระเศียรในปัจจุบันนี้ถูกสร้างขึ้นในสมัยเอโดะ (พ.ศ. 2158-2410) และหอที่ประดิษฐานในปัจจุบันนี้สร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อ พ.ศ.2252 โดยมีขนาดเล็กกว่าอาคารหลังเดิมราว 30% เดิมทีในบริเวณวัดจะมีเจดีย์สูง 100 เมตรอยู่คู่หนึ่ง ซึ่งจัดว่าเป็นอาคารที่สูงที่สุดในโลกในยุคหลังจากการสร้างพีระมิด แต่ได้พังทลายลงเนื่องจากแผ่นดินไหว ข้อมูล ทั่วไปของพระพุทธรูป พระพุทธรูปไดบุทสึที่วัดโทได ความสูงทั้งองค์ : 14.98 เมตร ความสูงของพระพักตร์ : 5.33 เมตร ความยาวของพระเนตร : 1.02 เมตร ความกว้างของพระนาสิก : 0.5 เมตร ความยาวของพระกรรณ : 2.54 เมตร น้ำหนักรวม : 500 ตัน สำหรับค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 500 เยน เด็ก 300 เยน หากจะใช้ขาตั้งกล้องที่ไหนให้สังเกตุป้ายนี้ด้วยนะ แสดงว่าบริเวณนั้นห้ามตั้งขาตั้งกล้อง คงเป็นเพราะมีคนผ่านตลอด การตั้งขาตั้งกล้องจะทำให้กีดขวางช่องทางเดิน ตอนมาถึงที่นี่แบตของกล้องใกล้หมด ลืมเอาก้อนสำรองมาจากที่พัก เลยต้องใช้กล้องมือถือช่วยเก็บภาพ หากใครมาเที่ยวก็อย่าลืมเชียวล่ะ ภายในนอกจากมีหลวงพ่อโตแล้ว ยังมีเจ้าแม่กวนอิม และมีการแกะสลักวัดแห่งนี้แบบจำลอง เพื่อให้ผู้เข้าชมได้เห็นขนาดและรายละเอียดของวัดอย่างครบ และยังมีการนำเอาเสาไม้ที่ใช้ในการก่อสร้างมาวางไว้ให้ชมด้วย จะเห็นว่ามีขนาดใหญ่มาก เทียบกับคนแล้ว ไม่รู้ว่ามีอายุกี่ร้อยปีถัดมาก็จะเป็นเสาไม้ต้นหนึ่ง เจาะรูเอาไว้ให้เด็กลอดผ่าน เพื่อให้เด็กมีสุขภาพแข็งแรง ตรงทางออกของศาลาจะมีนักบวชมาขายของที่ระลึกและเครื่องรางของทางวัดด้วย ก่อนออกจากประตูวัดอย่าลืมประทับตราของวัดด้วยล่ะ ที่ตรงทางออกจากวัดชั้นนอกมีเครื่องขายเหรียญที่ระลึก เหรียญราคา 400 เยน ค่าสลัก 30 เยน เลยเอามา 1 เหรียญ ถ้าต้องการจะทำเป็นจี้ ห้อยคอก็ต้องซื้อจี้อีก 200 เยน ถ้าต้องการเป็นพวกกุญแจก็ต้องจ่ายค่าพวงกุญแจอีก 200 เยนเช่นกัน จุดหมายสุดท้ายคือ Kasuga Grand Shrine

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น