วันอังคารที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ท่องไปใน Kyoto วันที่ 2(Tokyo,Japan)

วันที่ 30 มีนาคม 2552 ท่องไปใน Kyoto วันที่ 2

วันนี้ ไปเที่ยวเกียวโตอีกวันนึง กำหนดการคาดว่าจะเที่ยวประมาณ 3 แห่ง แต่เพราะออกจากที่พักสายมาก จึงคาดว่าคงจะเที่ยวได้แค่ที่เดียวซะแล้ว แต่ก็ถือว่าไม่น่าเสียดายนะ เพราะบนรถไฟผมได้เก็บภาพเครื่องแบบนักเรียนชายกับคุณแม่พาลูกเที่ยวด้วย
มองไปที่กำแพงรถไฟมีกรอบสี่เหลี่ยม ตอนแรกนึกว่าจะเป็นที่ทิ้งขยะ แต่ซักพักก็มีแม่ลูกขึ้นมาแล้วก็ดึงกรอบนั้นลง จึงเข้าใจว่า อ๋อ! มันคือที่นั่งเสริมนั่นเอง ดีนะประหยัดพื้นที่ด้วย ถึงสถานีระหว่างที่รอสมาชิกทัวร์ทำกิจส่วนตัวก็เก็บภาพพนักงานรถไฟหญิงมาฝาก แต่พอเธอเห็นผมตั้งกล้อง ก็นึกว่าจะถ่ายรถไฟ เธอเดินเข้ารถไฟไปให้หลุดจากเฟรมซะงั้น(แต่ขอโทษสายไปแล้วล่ะ อิ ๆ) จากนั้นก็หันไปถ่ายตารางรถไฟ โดยมีชื่อสายและเวลาที่วิ่งทั้งของวันธรรมดาและวันหยุดอยู่ด้านข้าง มีเวลาตั้งแต่ตี 4 ถึงเที่ยงคืน และนาทีในช่องของแต่ละชั่วโมง โดยสีต่าง ๆ คือชนิดของรถ เช่น รถด่วนจะเป็นสีแดง หมายถึงว่ารถด่วน(จอดบางสถานี) จะมาเวลานี้นะ ถ้าพลาดก็ต้องรอสีแดงรอบต่อไป(กรณีที่จะไปสายด่วน) และถ่ายเส้นทางการวิ่งของรถไฟที่จะเข้ามาที่สถานีนี้ว่าสายไหนมีเส้นทางวิ่ง ยังไงด้วย โดยที่หมายของผมในตอนนี้มุ่งไปที่ Kiyomisu Dera ไปถึงเกียวโตประมาณ 11 โมงเช้า ซึ่งสายมาก ๆ เดินทางด้วยรถเมล์ ไปถึงที่เชิงเขาต้องเดินขึ้นไปต่ออีก ตรงปากทางจะมีร้านจำหน่ายกิโมโนด้วย ดูราคาแพงมาก ๆ เลย ประมาณ 4 หมื่นเยน ที่นั่นจะใช้แบบยุโรปคือ ตัวเครื่องหมาย (.) จะใช้แทน (,) ส่วน (,) จะใช้ในหน่วยย่อยของเยน เช่นบ้านเราเขียนว่า 40,000.50 บาท ที่ญี่ปุ่นจะเขียนเป็น 40.000,50 เยน เป็นต้นทางเดินขึ้นวัดจะเป็นทางที่ลาดชันมาก บาง ครั้งก็จะเห็นคนญี่ปุ่นลากกระเป๋าขึ้นทางลาดนี่ล่ะ แล้วก็ยังได้ยินเสียงคนไทยเป็นระยะ ๆ ด้วย คาดว่าวัดนี้คงมีคนไทยนิยมมาเที่ยวกัน เรียกว่ามาเกียวโตไม่มาที่นี่ล่ะก็ ถือว่ามาไม่ถึงกระมัง เดินขึ้นมาได้ถึงที่จอดรถจะเห็นมีรถบัสและรถยนต์จอดกันเยอะมาก และมีร้านของฝากกับร้านอาหารอยู่ข้าง ๆ กัน พ่อกับแม่บอกว่าหิวแล้ว เที่ยงแล้ว ก็เลยกินกันที่นี่ล่ะ กำลังเลือกอยู่ว่าจะทานอะไรดี สายตาก็กวาดไปเจอกับ “คัทซึคาเร” บ้านเราเรียกว่า แกงกะหรี่หมูทอด อันนี้ล่ะที่อยากกินมากเลย เพราะเคยกินในฟูดเซ็นเตอร์ของเซ็นทรัล ลาดพร้าวแล้วชอบ(ตอนนี้ชอบร้านโคโค่อิจิบังยะ ชั้น 5 เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะมากกว่า) แต่มีแบบตะวันตกกับแบบญีปุ่น เลยสั่งแบบตะวันตก เพราะแบบญี่ปุ่นจะใส่จานแบดูไม่น่าทาน แต่แบบตะวันตกจะใส่ชามน่าทานมาก หลังจากหนังท้องตึงแล้วก็ลงมาข้างล่าง พี่สาวบอกว่าอยากกินไอติม เลยซื้อมาทานกัน รสชาเขียว รสชาติบอกเลยว่าชาเขี๊ยวเขียวเชียว ชอบมาก ออกมาอีกหน่อยจะมีร้านขายขนมที่ส่วนผสมของงาดำ มีทั้งไดฟูกุงาดำ นิ่มนวลงาดำ ไอติมก็ไอติมงาดำ คนชอบงาดำคงถึงใจล่ะครับงานนี้ จากจุดนี้ไปจะเป็นถนนที่ชื่อว่า “ถนนสายกาน้ำชา” เนื่องจากในอดีตเคยมีร้านขายถ้วยชาเครื่องปั้นดินเผาเรียงรายตลอดสองข้างทาง ปัจจุบันมีร้านขายของที่ระลึกต่างๆมากมายให้เลือกซื้อ แต่ก็ยังคงหลงเหลือร้านเหล่านี้อยู่บ้างให้ได้สัมผัสกับบรรยากาศเก่าแก่ที่ หาชมได้ยาก ระหว่างทางเดินขึ้นเห็นคนเลี้ยวเข้าไปมองไปพบบ้านหลังนึงมีต้นซากุระอยู่ หน้าบ้าน คนแห่กันเข้าไปชมกันเพียบเลย กะว่าจะเลี้ยวตามไปแต่คนเยอะ จึงได้แต่ถ่ายสาวน้อยใส่กิโมโนมาแทน และระหว่างทางจะเจอกับสาว ๆ ใส่กิโมโนมาขอพรที่วัดนี้กันเป็นระยะ ๆ เยอะมาก เลยได้ภาพมาซะเพียบเลย ตามข้างทางจะมีร้านของขนมตลอดทางเลย ใครอยากชิมอะไรมีให้ชิมได้ทั้งนั้น ร้านของฝากน่ารัก ๆ ก็มีด้วย แถมสาว ๆ เยอะ อีกต่างหาก ชอบ ๆ ใช้เวลาเดินขึ้นถ้าไม่นับเสียเวลาระหว่างทางก็แค่ 20 นาทีจากปากทาง แต่ถ้าเดินไปชิมไป แบบผมก็ใช้เวลา 1 ชั่วโมงครับพี่น้อง ก็จะถึงประตูวัด Kiyomisu Dera

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น