Tokyo Metropolitan Building
เมื่อถึงสถานีชินจูกุ
ก็มองหาทางออกไปขึ้นรถบริการของตึก
รู้สึกจะเป็นทางออกผั่งตะวันออกแต่ก่อนออกก็ไปเจอะกับขนมชนิดหนึ่งตอนแรกนึก
ว่าเป็นขนมปังไส้มันเทศ
แต่พอได้กินพบว่าขนมชิ้นนี้ ทำมาจากมันเทศเลยครับ เขาเอามันเทศมาบดแล้วก็ปั้นหรือทำอะไรซักอย่าง
ให้มันเป็นก้อนแบบนี้ ไม่ใช่เป็นแป้งห่อใส้มันเทศนะครับ แต่เป็นมันเทศเลย ห่อใส้ต่าง ๆ อย่างที่เห็นนี่เป็นมันเทศห่อใส้สตอเบอร์รี่
โดยจะมีรถรับส่งฟรีตรงหน้าสถานี ถามเขาได้เลยว่าจะไปที่ตึกนี้ต้องไปขึ้นรถที่ไหน
เมื่อรถจอดก็จะถึงหน้าที่ทำการพอดี
ผ่านเข้าไปด้านในด้านของ TIC
ถึงลิฟท์จะมีคนครวจกระเป๋ากับพนักงานต้องรับคอยกดลิฟท์ให้เราเลย
แล้วก็โค้งขอบคุณ พอไปถึงชั้นบนสุดลิฟท์เปิดจะพบกับพนักงานโค้งต้อนรับ(มารยาทดีมากเลย)
ออกไปจะพบกับร้านค้าต่าง ๆ และที่กระจกชมวิวจะมีแผนผังให้ดุด้วยว่าในวันที่อากาศดี ๆ
ตรงจุดนั้นหน้าต่างนั้นจะเห็นอะไรบ้าง แม้แต่ฟูจิก็เห็นครับ
นี่เป็นการยีนยันได้ว่าฟูจิเห็นได้ทุกจุดในแถบคันโต
ใช้เวลาบนนี้ซักพักใหญ่ก็ลงเพื่อเตรียมตัวกลับโอซากะ
การกลับจากตึกนี้ไปสถานีชินจูกุให้ไปขึ้นรถที่ด้านหน้าตึกตรงจุดที่เราลง
รถจะขับวนไปด้านหลังของสถานีชินจูกุมาจอดที่จุดเดิมของสถานีชินจูกุ
จากนั้นเห็นว่ามีเวลาเหลือบ้างเลยหาอะไรทานที่นั่นเลย
วันนี้พ่อกับแม่อยากทานราเมง เลยไปหาร้านราเมง
และสุดท้ายก็ได้ร้านราเมงแบบหยอดเหรียญ(ง่ายไม่ต้องเรียกพนักงานมา กดปุ่ม
ยื่นตั๋วแล้วก็ได้กิน)
การกินอาหารประเภทเส้นของที่ญี่ปุ่น
จีนหรือเกาหลีจะเหมือนกันคือยิ่งซดเส้นเสียงดัง แสดงว่าอร่อยมาก
แต่กับคนไทยเราการทำเช่นนั้นไม่สุภาพ
จึงเป็นการแยกแยะทางวัฒนธรรมได้เลยว่าคนนี้ไม่ใช่คนญี่ปุ่นจ้า
บางคนที่ทานจะยกชามขึ้นมาด้วย ไม่ใช่ยกซด
แต่เป็นการป้องกันเส้นเลอะเสื้อโดยเขาจะซดเส้นขึ้นมาพร้อมกับยกขาม
เพื่อให้เส้นมันไหลขึ้นมาตามชามขึ้นมา หรือไม่ก็ก้มลงไปซด
นี่คือคำตอบว่าทำไมซดเส้นแล้วไม่เลอะ
เพราะเขาให้เส้นลากตามข้างชามขึ้นมานั่นเอง
เสร็จแล้วก็ขึ้นรถไฟกลับไปที่สถานีโตเกียว
เพื่อไปเอากระเป๋าที่ฝากไว้ในตู้ล็อคเกอร์
ตอนนี้ต้องใช้สติกับตู้ประทิศของตู้ครับ ไปผิดทิศ จำผิดตู้นี่เสียเวลาครับ
ต้องจดและจำให้ดีว่าตู้ไหน ทิศไหน จากนั้นจึงเดินทางกลับโอซากะกันในคืนนี้
ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงกว่า ๆ ก็ถึงโอซากะ
จากนั้นก็ต่อรถไฟสายรอบเมืองไปที่พัก เช็คอินคืนสุดท้าย แล้วไปโดดตูมครับ
เสร็จแล้วก็นอน จบกิจกรรมวันนี้เพียงเท่านี้
เมื่อถึงสถานีชินจูกุ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น