Mt. Hakodate ภูเขาฮาโกะดาเตะ
การขึ้นชมวิวบนยอดเขานี้นิยมขึ้นกันตอนเย็นช่วงพลบค่ำของแต่ละฤดูโดยในฤดูร้อนพระอาทิตย์จะตกประมาณ 1 ทู่ม และจะตกประมาณ 4 โมงเย็นในฤดูหนาว วิวที่ได้ชมจากยอดเขานี้ถูกขนานนามเป็น 1 ใน 3 ของญี่ปุ่น ที่มีวิวสวยงาม(จัดโดยการส่งเสริมการท่องเที่ยวญี่ปุ่น)
ภูเขาฮาโกะดาเตะนี้มีความสูง 334 เมตรจากระดับน้ำทะเล
เมื่อมองลงมาจะเห็นตัวเมืองที่ขนาบด้วยทะเลทั้ง 2 ด้าน เมื่องพลบค่ำและในยามค่ำคืนจะเห็นแสงไฟจากบ้านเรือนในเมืองระยิบระยับสวยงาม นักท่องเที่ยวนิยมขึ้นมาก่อนพลบค่ำเล็กน้อย เพื่อชมภาพตอนพระอาทิตย์ลับฟ้า
และชมภาพยามค่ำพร้อมกับบ้านเรือนเริ่มเปิดไฟนับว่าเป็นภาพที่สวยงามมาก ถ้าหากไปชมในฤดูร้อนแนะนำให้ไปเร็วสักนิด เพราะนักท่องเที่ยวจะเยอะมาก จนเราอาจจะหามุมถ่ายได้ยาก เนื่องจากบางช่วงอาจจะมีกรุ๊ปทัวร์มาร่วมด้วย ส่วนในฤดูหนาวนั้นเนื่องจากพระอาทิตย์จะตกเร็วและมีลมแรง จึงทำให้ปริมาณนักท่องเที่ยวไม่มากนัก และอยู่นานไม่ได้เพราะลมหนาวนั่นเอง และอย่าลืมขาตั้งกล้องไปด้วยนะครับ การถ่ายภาพตอนกลางคืนไม่ง่ายเลย สำหรับการเดินทางของผม ผมเลือกที่จะใช้รถบัสในตอนขึ้นเขา ซึ่งในรถบัสที่ขึ้นเขาฮาโกะดาเตะนั้นจะมีพนักงานหญิงคอยให้ข้อมูลเกี่ยวกับ เมืองตลอดเส้นทาง เรียกว่าสายนี้เป็นรถบัสนำเที่ยวนั่นเองครับ ส่วนจะเป็นสายอะไรนั้นผมจำไม่ได้ แต่สามารถสอบถามได้ที่เคาต์เตอร์ของส่งเสริมการท่องเที่ยวฮาโกะดาเตะตรง สถานี JR ได้ครับ
รถจะออกทุก ๆ 20 นาที และอีกเหตุผลที่ผมเลือกขึ้นเขาตอนกลางคืนคือ ถ้าเราขึ้นเขาตอนกลางคืนเมื่อถึงจุดหนึ่ง คนขับจะดับไฟในรถ และจอดเป็นจุด ๆ ให้ได้ชมภาพเมืองจากทางขึ้นเขาได้ครับ เรียกว่า โรแมนติกไปอีกแบบ ส่วนเวลาลงผมเลือกลงทางรถกระเช้าครับ หลังจากชมวิวอย่างเต็มที่แล้ว ผมและครอบครัวจึงเดินทางไปที่สถานีรถกระเช้า ปรากฏว่ากลุ่มนักท่องเที่ยวที่มากันเป็นกรุ๊ปทัวร์ยืนรอกันอยู่เต็มเลย
เมื่อลองสำรวจดูพบป้ายว่า "ยินดีต้อนรับ" แสดงว่าคนไทยนิยมมาเที่ยวที่นี่มากเลยครับ เมื่อถามเจ้าหน้าที่ว่า ซื้อตั๋วที่ไหน เจ้าหน้าที่ถามกลับมาว่ากี่คน ผมบอกว่า 4 คน เจ้าหน้าที่รีบลัดคิวไปซื้อตั๋วและจัดให้ขึ้นรถกระเช้าคันถัดไปเลย แต่เมื่อลงมาถึงก็ต้องรีบอีกแล้ว เพราะรถเมล์คันสุดท้ายที่จะกลับเมืองจะหมดตอน 3 ทุ่มครับ ดังนั้นถ้าจะกลับรถเมล์ต้องเช็คด้วยนะครับว่ารถหมดกี่โมง ซึ่งถ้าพลาดรถเมล์ก็ต้องขึ้นแท็กซี่อย่างเดียวเท่านั้น แน่นอนครับว่าแพงพอดูเลย
วิวการขึ้นยอดเขานี้ขึ้นได้ 2 ทางคือ
- ทางรถ จะมีรถบัสขึ้นเขา สามารถขึ้นได้จากป้ายรถเมล์ตามเส้นทางที่ผ่านตลาดอะซาอิชิ(ตลาดเช้า) รถจะออกทุก ๆ 20 นาที เราสามารถใช้บัตร One Day Pass ที่เป็นบัตรขึ้นรถรางและรถเมล์ได้ไม่จำกัดใน 1 วันกับรถคันนี้ได้ครับ ถ้าจะจ่ายเงินก็คนละ 360 เยนโดยประมาณ แต่ก็ควรศึกษาตารางเวลาด้วยนะครับ
-รถ กระเช้า เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่นิยมขึ้นมาก โดยการขึ้นรถกระเช้านี้สามารถโดยสารรถบัสที่ขึ้นเขา แล้วลงตรงตีนเขา แล้วจึงเดินไปขึ้นรถกระเช้า หรือโดยสารรถรางประจำเมืองสาย 2 และ 5 ลงที่สถานี Jujigai(จูจิไง) จากนั้นเดินขึ้นเนิน Nanbu-zaka ต่ออีกประมาณ 10 นาที ก็ถึงสถานีรถกระเช้าขึ้นดอย เอ๊ย! ขึ้นยอดเขา หรือถ้าใครอยากเดินแบบสบาย ๆ ไม่เหนื่อยเดินตามทางเรียบ ๆ แนะนำให้เดินเที่ยวชมบริเวณ Motomachi
ก่อน จากตรงนั้นเดินมาสถานีรถกระเช้าเป็น ทางเรียบ ๆ ไม่ชันมากครับ ค่าบริการประมาณ 640 เยนต่อเที่ยว แต่ถ้าซื้อแบบไป-กลับจะเหลือ 1,160 เยน สำหรับเด็กครึ่งราคา
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น